Categories
ข่าว

เจาะวิกฤติ ลิเวอร์พูล อาการโคม่า ไร้สัญชาตญาญนักฆ่า

เจาะวิกฤติ ลิเวอร์พูล อาการโคม่า ไร้สัญชาตญาญนักฆ่า, ขาดจอมทัพ, แข้งสำคัญไม่มี

ผลงานที่ไม่สามารถสะกดคำว่าชัยชนะได้เลยในเกมพรีเมียร์ลีก 4 แมตช์ติดต่อกัน โดยที่ยิงประตูไม่ได้เลย 3 เกมรวด ถือว่าเข้าขั้นวิกฤติสำหรับ “หงส์แดง” ในการป้องกันแชมป์ลีก เพราะด้วยฟอร์มแบบนี้ส่งผลให้พวกเขาหล่นไปอยู่อันดับ 4 แล้ว ขนาด เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมยังยอมรับว่าตอนนี้เป้าหมายหลักเปลี่ยนจากลุ้นแชมป์ เป็นติดท็อปโฟร์แทน

สาวก “เดอะ ค็อป” คงนั่งเกาหัวไม่เข้าใจโลก เพราะฟอร์มของ ลิเวอร์พูล อยู่ดีๆ ก็ร่วงกราวรูดจนน่าใจหาย จากทีมที่ไล่ต้อนคู่แข่งเป็นว่าเล่นเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ขณะที่ในช่วงต้นซีซั่นนี้ แม้จะมีปัญหานักเตะบาดเจ็บผลงานก็ยังดี แต่แล้วอยู่ดีๆ เครื่องก็ชอตไปซะดื้อๆ หลังสิ้นเสียงนกหวีดในเกมถล่ม คริสตัล พาเลซ

พวกเขากลายเป็นทีมที่ไร้จินตนาการในการสร้างโอกาสทำประตู จบสกอร์ไม่เป็น และที่น่าเป็นห่วงก็คือพละกำลังกับแรงกระตุ้นภายในทีมแทบไม่มีเลย นั่นแสดงให้เห็นว่ามีบางสิ่งที่ไม่เข้าทางเกิดขึ้นภายในทัพ “หงส์แดง” ซึ่งส่วนหนึ่งก็คือเรื่องอาการบาดเจ็บของนักเตะหลัก และอีกส่วนก็เรื่องสภาพจิตใจ

ขณะที่ 3 ประสาน โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ที่หลายๆ ทีมกลัวนักกลัวหนา แต่สภาพของพวกเขาในเวลานี้ไร้ประสิทธิภาพซะเหลือเกิน ขณะที่ 3 แข้งในแผงมิดฟิลด์ก็ขาดการสร้างสรรค์เกม

ในเวลานี้ คล็อปป์ จำเป็นต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อให้ทีมกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดอีกครั้ง ด้วยเพราะโปรแกรมต่อจากนี้ค่อนข้างหนัก หากยังเล่นได้แค่นี้ มีหวังอันดับจะหล่นไปไกลกว่านี้แหงๆ 

สามประสานปืดฝืดไร้ความคม

โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ สร้างผลงานดีมีคุณภาพทั้งในยุโรป และในพรีเมียร์ลีก โดยฟอร์มการเล่นของพวกเขาทำให้แนวรับคู่แข่งต้องหวาดผวา เพราะมีโอกาสที่พวกเขาจะโดน 3 ประสาน “หิน เหล็ก ไฟ” กระซวกไส้แตกแต่นอน

อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ที่ “หงส์แดง” ไล่ถล่ม คริสตัล พาเลซ 7-0 เกมลีกฤดูกาลนี้ หลังจากนั้นดูเหมือนว่าเกิดความผิดปกติกับฟอร์มการเล่นของทั้ง 3 คน มันราวกันว่าพวกเขาเล่นไม่สัมพันธ์กันเหมือนกับต่างคนต่างไม่รู้จักกันเลย

การประสานงานที่เคยลื่นไหลตอนนี้ไม่มีเหลืออีกแล้ว สัญชาตญาณในการเล่นที่ทั้งสามคนแค่มองตารู้ใจก็ไม่มีให้เห็น เพราะเวลาที่พวกเขาต่อบอลกันส่วนใหญ่ก็ขาดๆ เกินๆ หรือบางครั้งอาจจะส่งบอลไปคนละทิศคนละทางเหมือนไม่ได้ซ้อมด้วยกัน 

ในเกม “แดงเดือด” จะเห็นได้ชัดว่า ซาลาห์ ต้องพบกับความยากลำบากในการเลี้ยงบอลผ่าน ลุค ชอว์ โดยเฉพาะในครึ่งหลัง ทั้งๆ ที่เขาเคยเป็นนักเตะที่สามารถปราบคู่แข่งได้อย่างสบายๆ ในการดวลแบบตัวต่อตัว แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว และบ่อยครั้ง “บังโม” รู้ว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้ก็มักจะเลือกส่งคืนหลังให้ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 

สำหรับ ฟีร์มีโน่ ตอนนี้สภาพของเขาไม่เหมาะกับการทำหน้าที่เป็นผู้เล่นหมายเลข 9 หรือหน้าเป้าอีกแล้ว เพราะนักเตะยิงประตูไม่เฉียบคม ใช้โอกาสฟุ่มเฟือย แต่จุดด้อยของสตาร์ชาวบราซิเลียนมักจะถูกมองข้ามเนื่องจากเขามีความสำคัญกับระบบการเล่นของ คล็อปป์ ในเกมกับ แมนฯ ยูฯ เจ้าตัวมีโอกาสพอสมควรที่จะยิงประตู แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันกับโอกาสที่มี

ตบท้ายกับ มาเน่ แม้ว่าจะได้รับคำชมในเกมเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่หากมองภาพรวมแล้วเขาก็ไม่ต่างอะไรกับ ฟีร์มีโน่ และ ซาลาห์ ที่มักจะตัดสินใจผิดพลาดเมื่อเข้าไปอยู่ในพื้นที่สุดท้าย และบทสรุปก็คือก็ไร้ประสิทธิภาพในการจบสกอร์ 

SA777

 การที่ทีมมีสิถิติลงแข่ง 3 นัดล่าสุด และยิงคู่แข่งไม่ได้เลย ถือเป็นสถานการณ์วิกฤติมากๆ ฉะนั้นหาก โชต้า กลับมาฟิตสมบูรณ์และลงสนามช่วยทีมได้ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ คงทำให้ คล็อปป์ โล่งใจได้เลยทีเดียว 

จริงๆ แล้วหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ “หงส์แดง” มีเกมรุกที่ฝืดสุดๆ ก็คือการขาดหายไปของ ดีโอโก้ โชต้า ซึ่งฟอร์มร้อนแรงมากๆ ในช่วงต้นฤดูกาลนี้ แต่น่าเสียที่นักเตะได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าทำให้ต้องพักรักษาตัวนานหลายเดือน ส่วนกำลังสำรองอย่าง ทาคุมิ มินามิโนะ กับ ดีว็อก โอริก้า ยังไม่สามารถพึ่งพาได้

********************************

สนับสนุนข่าวโดย lakemaggioregolfdistrict.com

สนใจเว็บพนันออนไลน์ SA777 ที่นักพนันทุกคนเลือกเล่น

********************************